“กชเบล” เปิดใจครั้งแรก ฟางเส้นสุดท้าย ตัดสินใจออกมาใช้ชีวิตของตัวเอง โตมากับความรุนแรงในครอบครัว!
“กชเบล ศรัณย์รัชต์” มิสแกรนด์ไทยแลน์ 2025 วันนี้จะขอเปิดใจเป็นที่แรก หลังคว้ามงทองได้สำเร็จ โดนแฟนนางงามวิจารณ์ยับ ไม่สมมง พร้อมย้อนเล่าชีวิตโตมากับความรุนแรงในครอบครัว โดนพ่อแท้ๆ ทำร้ายตั้งแต่เด็ก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่องOne31
อ่านข่าวต่อ: ไม่พลิกโผ! “กชเบล ศรัณย์รัชต์” ผู้คว้าตำแหน่งมิสแกรนด์ภูเก็ต 2025
ตั้งแต่มงลง ยังไม่ได้ไปออกรายการที่ไหน?
กชเบล : ใช่ค่ะ เป็นรายการแรกที่มาเลย รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติมากๆ เลยค่ะ ที่ได้มาออกรายการคุยแซ่บโชว์ ขอบคุณรายการด้วยค่ะ
ตำนาน B2B ภูเก็ตได้ตำแหน่งมิสแกรนด์ไทยแลนด์ ติดต่อกัน 2 ปี?
กชเบล : เรียกว่ามงแล้วมงอีก
วินาทีจับมือกับเฌอเอม แว๊บนึงคิดมั้ยว่ามงต้องลงเราแน่ๆ?
กชเบล : วินาทีนั้นว่างเปล่า เพราะการประกวดเรารู้สึกว่าเราโล่งมากๆ วินาทีตอนจับมือ แต่วินาทีที่เรากำลังชาเลนจ์ โชว์เพอร์ฟอร์แมนซ์ให้ออกไปให้ดีที่สุดก็คือโชว์ทั้งหมด ไม่ว่าจะโอเพนนิ่งโชว์ ฟินาเล่โชว์ รอบชุดว่ายน้ำ รอบชุดราตรี และตอบคำถาม ตรงนี้คือความกดดัน เราฝึกฝนมาอย่างยาวนาน และวันนี้เราได้โชว์แล้วและได้โชว์รอบเดียว รอบสุดท้าย ทุกอย่างก็เกิดความรู้สึกว่าเราต้องทำให้เต็มที่ที่สุด สนุกที่สุด วันนี้จอยที่สุด ปลดปล่อยมันไปเลย พอจบปุ๊บมันจบจริง ตอบคำถามปุ๊บเสร็จเลย วินาทีจับมือกับพี่เฌอเอม มันก็เลยไม่ได้เกิดความรู้สึกที่ว่าใคร เครียดจังเลย กดดัน ตอนนั้นเราได้แสดงศักยภาพของเราเต็มที่แล้วจริงๆ เราคิดว่าไม่มีอะไรต้องเสียใจหรือเสียดาย เพราะเราได้เต็มที่ตั้งแต่โรดทูมิสแกรนด์ไทยแลนด์ โรดทูภูเก็ต เราเต็มที่ทุกๆ กิจกรรมและทุกๆ แคมเปญ จนมาถึงวันนี้ เรารู้สึกว่าความพยายามไม่ทรยศใครมันมีอยู่จริง ความทุ่มเททั้งหมดกับการพิสูจน์ตัวเองเพื่อเป็นตัวแทนให้ประเทศไทย ณ เวลานั้น ต่อให้เราได้หรือไม่ได้ตำแหน่ง ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องเสียใจ
วินาทีตอบคำถาม ตอนนั้นคิดว่าไม่มงแน่ ทำไม?
กชเบล : (หัวเราะ) เท้าความก่อนว่าการมาประกวดนางงาม มันเป็นเวทีแรกของหนูเลย โดยปกติหนูเป็นนักแสดง คราวนี้เราก็ไม่เคยต้องมาฝึกสปีช เรารู้ว่าตรงนี้เป็นจุดอ่อนของเรา ฟังคำถามไม่ค่อยเคลียร์ ไม่ค่อยครบ แล้วชอบคิดเยอะ วินาทีตอบคำถามเตรียมมาดีมาก ในหัว ได้ตอบคนหลังๆ ง่าย เพิ่งถล่มเมื่อวานเลย วันนี้ได้แน่ แผ่นดินไหวเพิ่งเกิดขึ้น เตรียมไว้แล้ว 1 2 3 4 อยู่ดีๆ ข้อมูลทุกอย่างกระจายหายไป จังหวะพี่มิเชลไปตอบ ทั้งฮอลล์ปรบมือ
ตอนแรกหนูไม่ฟัง หนูปล่อยผ่านเลย แต่พอพี่มิเชลพูดหนูก็อยากรู้ด้วย ว่าเขาตอบอะไร ข้อความหนูเลยหายหมดเลยทีนี้ (หัวเราะ) แต่จังหวะที่หนูไปตอบก็พยายามตั้งสติ แล้วรู้สึกว่าเวลาไม่พอ คุณภูที่รันคิวทั้งหมด จัดเวลาสปีชในหัวข้อนั้น 30 วิ เราพูดไม่ได้เร็วมาก และไม่ทันในข้อมูลที่เราเตรียมมาทั้งหมด และต้องพูดปิดจบ ทำให้ตอบไม่ครบกับหัวข้อที่อยู่ในหัวเรา
ก็เลยคิดว่าตุ๊บแน่?
กชเบล : ท็อป 6 แล้วล่ะ (หัวเราะ) ไม่ได้มงแน่ๆ อาจอยู่ในรองอันดับ 5
สุดท้ายมงลงที่เรา ถ้าย้อนกลับไปอยากแก้ไขอะไรมั้ย?
กชเบล : ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้แล้วถ้าย้อนกลับไปเราอาจทำได้ไม่ดีเท่านี้แล้วก็ได้
มีจุดนึงที่หลายคนมองว่าเรามง เราคือตัวเต็ง ทำแคมเปญไหน แฟนคลับซัปพอร์ตตลอด ไม่เคยร่วงอันดับเลย ยอดขายของอันดับ 1 ท็อปโลก?
กชเบล : ก็ขอบคุณค่ะ ไม่มีใครสำเร็จตั้งแต่แรก ไม่มีใครได้มาโดยไม่ลงมือและไม่พยายาม อย่างที่เบลบอกว่ามันคือครั้งแรกของเบล อยากรู้เหมือนกันว่าเบลจะไปอยู่จุดไหน เวทีนี้จะใช่สำหรับเรามั้ย แต่เบลก็เลือกลงมือทำเลย โดยไม่กลัวว่าใครจะมองเรายังไง เราไม่สวย ไม่ตอบโจทย์ เราไม่สูง เราหุ่นไม่ดี อย่าให้ใครมาตัดสินตัวเราค่ะ เราต้องเห็นคุณค่าและเห็นถึงความพยายาม ความตั้งใจ รักตัวเองให้มากที่สุดก่อน วันนี้เบลเลือกทำตามความฝันเพราะเบลมีความเชื่อในตัวเอง เรารู้ว่าเราอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น
เราอยากเห็นพ่อแม่เราสุขสบาย เราอยากมีอนาคตที่สดใส เพราะเรารักชีวิตนี้มากๆ เบลผ่านเรื่องราวในชีวิตมาเยอะแยะมากมายแล้ว ดังนั้นภูมิคุ้มกันวัยเด็กของเบลต้องขอบคุณความลำบาก และหัวใจนักสู้ที่ทำให้เราไม่เคยย่อท้อเลย ไม่ว่าจะเจอกี่คำดูถูก คำบูลลี่อะไรก็แล้วแต่ ถ้าเรามัวแต่มองดราม่าแล้วมองว่าเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่
มันก็ทำให้เรามีแต่แย่ลงๆ บั่นทอน ทำไมไม่มองว่าเรามีดีมากกว่าที่คนเห็นด้วยซ้ำ ดังนั้นต้องขอขอบคุณเวทีมิสแกรนด์ที่เปิดโอกาสให้แสงสปอตไลค์ที่พร้อมส่องไปหาทุกคน คำว่าตัวเต็งไม่ได้มาง่ายๆ ค่ะ วันนี้เราไม่รู้หรอกเราจะเป็นตัวเต็งหรือเปล่า
แต่เบลเก็บเกี่ยวประสบการณ์ เก็บเกี่ยวฐานแฟนคลับจากละครสั้น เบลมีฐานแฟนคลับจากละครคุณธรรมก่อนเขารักที่เราเป็นเรา รักที่เบลเป็นเบลแบบนี้ ดีใจที่กลุ่มแฟนคลับจากละครสั้นพร้อมผลักดันเด็กคนนี้ไปให้ถึงฝั่งฝัน เขาดีใจมากพอรู้ว่าหนูประกาศโรดทูมิสแกรนด์ภูเก็ต จากนักแสดงละครสั้นกำลังจะไปประกวดนางงามแล้ว เขาก็พร้อมผลักดันต่อ เขาอยากเห็นคนแบบนี้ไปยืนอยู่บนเวทีนางงาม มันจะเป็นยังไง พอมีแคมเปญมาปุ๊บเบลลงมือทำเลย ไม่รู้หรอกค่ะ เบลลงมือขายของ 8 หมื่น
จะทำได้เหรอ โหเดี๋ยวนะ แต่ทำมั้ย ทำ กลัวมั้ย กลัว แต่ลงมือมั้ย ลงมือ ไลฟ์ติ๊กต๊อกทีนึง คนดูหลักร้อย แต่พอเรามาแกรนด์ แฟนนางงามก็เริ่มให้ความสนใจ คนนี้เป็นใคร ทำไมขยันไลฟ์จังเลย ไลฟ์ตั้งแต่ 2 ทุ่ม ลงไลฟ์ตี 5 เราก็ลากมาราธอน จากคนดูหลักร้อยก็เพิ่มเป็น 500 เพิ่มมาเป็นพัน จากพันไล่ไปเป็นหมื่น ถ้าวันแรกเราท้อ เราเหนื่อย เราจะไม่รู้เลยว่าจุดหมายปลายทางเราเป็นยังไง ไม่รู้หรอกค่ะว่าอนาคตเราจะมีวันนี้ แต่เราใส่สุด
ไลฟ์ขายของทำสถิติ ขายของ 2 ชม.ได้เท่าไหร่?
กชเบล : 6.1 ล้าน
กว่าจะถึงวันนี้ได้ ชีวิตผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมาย ช่วงเวลานึงถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัว?
กชเบล : ไม่ใช่ครอบครัวเบล ครอบครัวเดียวค่ะ เบลคิดว่าสถาบันครอบครัวก็มีความเปราะบางและเซนซิทีฟมากๆ เด็กคนนึงจะเติบโตมายังไง ครอบครัวเป็นสำคัญมากๆ นะคะ จะโอบกอดเลี้ยงดูเขามายังไง แต่อย่าให้คำว่าครอบครัว หรือพ่อแม่ หรือคำว่าไม่สมบูรณ์มาตัดสินชีวิตเราเอง เพราะสุดท้ายเราเลือกได้ว่าเราอยากจะเป็นใคร อยากเป็นแบบไหน อยากเติบโตมาในชีวิตแบบไหน โดยไม่ต้องสร้างคำถามให้พ่อกับแม่ หรือทำให้พ่อกับแม่รู้สึกลำบากใจ หรือรู้สึกไม่น่ามีเราเกิดมาเลย อะไรก็แล้วแต่ หรือกระทั่งสภาพแวดล้อมข้างบ้าน มนุษย์ป้าอะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างมันจะดีได้ขึ้นอยู่กับความคิดและมายด์เซ็ตเราล้วนๆ
ตอนเด็กๆ ลำบาก มีปัญหา อยากให้เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น?
กชเบล : ด้วยความที่พ่อกับแม่ทำงานในเวลาที่ไม่ตรงกัน พ่อหนูเปิดร้านเหล้า เมื่อก่อนดังมาก รัชดาซอย 4 ชื่อร้านนัวเนีย แต่นานมากแล้วค่ะ แม่หนูเป็นพนักงานประจำ พนักงานรับจ้าง ช่วงเช้าแม่ทำงาน พ่อก็จะนอน ตอนกลางคืนพ่อออกไปทำงาน เลยทำให้ไม่ได้เจอกัน การสื่อสารในครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ไม่ได้มีเวลาปรึกษาหารือกันว่าลูกชอบอะไร เรียนอะไร ก็เลยพาเราไปอยู่บ้านรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่เด็กๆ แต่เบลก็ไม่ได้รู้สึกว่าขาด เพราะเบลได้เรียนรู้เพื่อนใหม่ๆ อยู่เสมอ แล้วเพื่อนๆ แต่ละคนก็มีปัญหาครอบครัวที่แตกต่างกันออกไป เบลรู้สึกว่าเบลโชคดีกว่าใครหลายคนด้วยซ้ำ
โดนความรุนแรง ตบตี?
กชเบล : อย่างบ้านรับเลี้ยงเด็ก บางคนไม่มีพ่อบ้าง บางคนไม่มีแม่ บางคนไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ แต่เบลมีทั้งพ่อทั้งแม่ แต่เป็นคนหัวรุนแรง ใช้อารมณ์นิดนึงในการตุ๊บตั๊บๆ เริ่มจากการทำกับแม่เราก่อน แล้วมาลงที่พี่ชาย แล้วมาหาเราบ้าง ครั้งแรกเลยก็เริ่มเห็นตั้งแต่เด็กๆ ประถม ก็มีคำถามบ้างในช่วงวัยเด็กว่าทำไมเราต้องเจอแบบนี้ แต่พอมองไปหาพี่ชาย พี่ชายเราก็โดนเหมือนกัน แม่เราก็โดน เราก็สงสารแม่กับพี่ชายว่าทำไมพ่อถึงใช้อารมณ์รุนแรงในการตัดสิน แต่พอเบลมองอีกมุมนึง พ่อน่าจะมีความกดดันและความเครียดในการทำงาน เพราะพ่อคือเสาหลักของบ้านในการหาเงินมาดูแลเราและพี่
อะไรคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้กชเบลตัดสินใจว่าฉันขออนุญาตเดินออกมาจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัว?
กชเบล : แม่เราพูดเสมอว่ารอเราเรียนจบแล้วแม่จะไป แล้วแม่จะหย่า เราคิดเสมอว่า โห ซูเปอร์มัม สุดยอดจริงๆ ยอมอดทนๆ แม้ว่าจะมีผู้หญิงอีกคนอยู่ในบ้านด้วยก็ตาม
หมายความว่ายังไง?
กชเบล : คือแฟนใหม่ของพ่ออยู่ในบ้านเดียวกัน เข้ามาในชีวิตของเราทุกคน พ่อบอกว่าเป็นพี่สาว เราก็เห็นว่าแม่เราเป็นไอดอลเลย ซูเปอร์มัมเลย ที่สุดของความอดทนเลยจริงๆ ขนาดแม่เรารู้ว่าคนนี้คือแฟนใหม่พ่อ แม่ยอมปกปิดเรื่องนี้ หลับหูหลับตาไปตามพ่อว่าคนนี้คือพี่สาว แต่พอเราโตขึ้นเรื่อยๆ เราก็เริ่มรู้ว่ามันไม่ใช่ มันเริ่มมีกลิ่นตุๆ จนกระทั่งวันที่พี่สาวคนนี้หนีหายไปมีคนใหม่
เราก็เริ่มตกใจว่าเอ๊ะทำไมพ่อเราไม่โอเค ทำไมพี่สาวเรามีแฟนไม่ได้ล่ะ พ่อก็ให้เราออกตามหา โดยการจ้างนักสืบ หมดเงินหลายแสนมากกับการตามหาพี่เขา ตอนนั้นเบลกำลังสอบเข้ามหาวิทยาลัย พ่อก็เชื่อนักสืบมากเลย เขาบอกอยู่เชียงใหม่ เราก็ไปตามหาถึงเชียงใหม่ เราก็รักชีวิตตัวเองเหมือนกัน แต่เราเข้าใจมุมพ่อว่าถ้าพ่อไม่มีเขา เขาอยู่ไม่ได้ ตอนนั้นก็เริ่มรู้และเปิดอกคุยกับพ่อ สุดท้ายพี่คนนี้ไม่ใช่พี่นะ แต่คือแฟนใหม่พ่อ
อะไรทำให้เดินออกจากตรงนั้น?
กชเบล : พ่อจะเข้ามาทำร้าย จะเข้ามาตุ๊บตั๊บเราอีกแล้ว เราเลยรู้สึกว่า งั้นโอเค หนูขอออกมาใช้ชีวิตตามทางของหนูแล้วนะพ่อ หนูอยากมีชีวิตที่เหลือแบบสดใส หนูอยากทำเพื่อชีวิตหนูเองบ้าง อยากทำเพื่อร่างกายเพื่อจิตใจผู้หญิงคนนี้ให้รู้สึกว่าเราโชคดีที่สุดที่ได้เกิดมา หนูจะไม่มองอะไรก็แล้วแต่ในอดีตที่ผ่านมาเลย หนูไม่โกรธพ่อเลย เพราะหนูเข้าใจ พ่อก็ต้องการเขาเหมือนกัน หนูบอกว่าพ่อลองมองอีกมุมมั้ย พ่อไม่มีเขา แต่พ่อมีหนู มีพี่ชาย มีแม่ ครอบครัวเรากลับมาสมบูรณ์ ครอบครัวเรากลับมาเฟอร์เฟกต์แล้วนะ แต่ด้วยความที่พ่อรักเขามาก และผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะค่ะ
กล้าออกมาพูด อะไรอยากให้ออกมาแชร์เรื่องความรุนแรงในครอบครัว ให้ทุกคนได้รู้เป็นบทเรียน?
กชเบล : สำหรับเด็กๆ ที่กำลังดูรายการนี้อยู่หรือครอบครัวไหนก็แล้วแต่ หรือใครที่กำลังจะสาดโค้ง แหกโค้งเป็นไปตามคำดูถูก มองเราเป็นคนไม่มีคุณค่า อยากให้ทุกคนคิดดูดีๆ ค่ะ อยู่กับตัวเองเยอะ มองว่าเราเกิดมาทำไม ถ้าวันนี้รู้สึกว่าเราสูญเปล่า เราจะไม่เสียดายเลยเหรอคะ เราอุตส่าห์สู้มาขนาดนี้ ใช้ชีวิตมาขนาดนี้ ลองหันกลับมาขอบคุณตัวเองบ้าง ยิ้มให้ตัวเองเยอะๆ และจงเปลี่ยนชีวิตในอนาคตต่อจากนี้ด้วยมือของเราเอง เราลงมือทำได้ เราสู้ เราอดทน เราผ่านทุกวิกฤตได้ขนาดนี้ จริงๆ เราเก่งมากนะ อยากให้ทุกคนรักตัวเองเยอะๆ อยากทำอะไรรีบลงมือทำค่ะ อย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น เราไม่รู้เลยว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับเราหรือเปล่า รักใครให้รีบบอก อยากทำอะไรให้รีบทำ จงเชื่อมั่นว่าเราทำได้ค่ะ