“มิว นิษฐา” เตรียมกลับมารับงาน เผยเคยบอกลูกว่าเป็นดาราแต่เขาไม่เข้าใจ
ห่างหายจากงานในวงการไปพักใหญ่ สำหรับคุณแม่คนสวย “มิว นิษฐา” ที่ล่าสุดมาออกงานพร้อมเปิดใจเตรียมกับมารับงานในวงการบันเทิงแล้ว รวมไปเรื่องหุ่นที่หลายคนไม่อยากจะเชื่อว่ามีลูกแล้วโดยเจ้าตัวเผยว่า
อ่านข่าวต่อ: ออร่าว่าที่เจ้าสาว! “มิ้นท์” น้องสาว “มิว นิษฐา” ถ่ายพรีเวดดิ้งแล้วหวานฉ่ำสุดๆ


ถึงมีลูกแล้ว แต่เราก็ยังดูแลตัวเองอยู่ ยังต้องให้เวลากับตัวเองในการออกกำลังกาย ทานอาหารดี นอกจากเอาเวลาไปรับส่ง ไปเล่นกับลูก แล้วมิวก็กลับมาทำงานแล้วด้วย มีถ่ายหนัง ก็น่าจะได้ดูเร็วๆ นี้ ตัดสินใจไม่นาน เพราะพอเรามีลูกคนที่สองไปสักพักก็เริ่มรู้สึกคิดถึงการแสดง ตอนนั้นก็มีติดต่อมาหลายเรื่องมาก ก็ใช้เวลาในการเลือก ด้วยเรื่องของเวลา ทีมงาน ผู้กำกับ และตัวเนื้อเรื่องด้วย มันเป็นอะไรที่เรามองหาอยู่ในตอนนั้น สามีค่อนข้างให้พื้นที่เราในการตัดสินใจทำอะไรต่างๆ เราแค่รู้สึกอยากจะไปทำแล้วก็คุยกับเขา ส่วนเรื่องไปรับไปส่งลูก เราก็จัดการได้ ก็จะมีปู่ย่าตายายและน้องสาวมิวที่เวียนกันมาช่วยดูในวันที่มิวมีถ่าย บางทีก็เอาเขาไปไว้บ้านคุณยาย เขาก็สนุกแฮปปี้ ก็เลยรู้สึกว่าไม่ต้องห่วงเขาในวันที่เราต้องไปทำงาน ก็ทำงานได้เต็มที่ แต่ก็ต้องเคาะสนิมบ้างนิดหน่อย


ส่วนเรื่องของลูกที่ถามว่ารู้มั้ยว่าแม่เป็นดารา จริงๆ ลูกก็ยังไม่เข้าใจความเป็นดารา เคยเปิดละครที่เราเล่นให้เขาดู ตอนนั้นเปิดอกเกือบหักด้วยนะ เป็นละครใสๆ น่ารักๆ ตอนนั้น แล้วเขาเห็นฉากที่เราร้องไห้ เขาจะร้องตาม เหมือนเขาเห็นแม่ร้องไห้ และเขายังแยกไม่ออกว่าอันนี้คือเป็นการทำงาน เป็นอีกคาแรกเตอร์นึงที่ไม่ใช่แม่ เขาก็ถามวนอยู่อย่างนั้นว่าทำไมแม่ถึงร้องไห้ แม่เสียใจเหรอ แม่ร้องไห้จริงไหม หรือแม่แกล้งร้องไห้ มิวก็ไม่ค่อยกล้าเปิดให้เขาดู

เพราะเราไม่รู้ว่าเขาเข้าใจหรือเปล่า เดี๋ยวเขาจะรู้สึกนอยด์ว่าแม่เสียใจ มิวคิดว่าถ้าเขาโตอีกนิดเขาน่าจะแยกได้ว่าเป็นอีกคาแรกเตอร์นึง คือมิวไม่อยากบอกเขา คือเขาก็จะถามว่าแม่ร้องจริงไหม หรือแม่แกล้งร้องไห้ เราก็ไม่อยากบอกว่าแกล้งร้องไห้ เพราะในขณะนั้นเราก็ร้องจริงๆ มันอธิบายยากนิดนึง งั้นก็ยังไม่ไปแตะเรื่องพวกนี้แล้วกัน ก็ปล่อยให้เขาเห็นว่าแม่ไปทำงานก็คือไปทำงาน ไม่ได้บอกว่าเป็นนักแสดง

จริงๆ มิวก็เคยบอกเหมือนกันนะว่าแม่เป็นนักแสดง จะได้เห็นแม่ในจอทีวี เขาก็เข้าใจแบบงงๆ เขาอาจจะมีเชื่อบ้าง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจขนาดนั้นว่าหน้าที่จริงๆ แล้วมันคืออะไร แต่เวลาคนมาขอถ่ายรูป เขาก็มีถามเหมือนกันว่าทำไมมีคนมาขอแม่ถ่ายรูป และเขาชอบพี่บิวกิ้น ชอบพี่วี วิโอเลต มิวก็จะบอกว่าเมื่อก่อนคนก็รู้จักแม่เหมือนอย่างนี้แหละ เขาก็ไม่แน่ใจว่าแม่สามารถมีคนรู้จักได้เยอะขนาดนั้น
มิวก็แอบเขินๆ ในการบอกลูกว่าเราเคยเป็นแบบนั้นนะ มันก็นานมาแล้ว และไม่รู้ว่าลูกเข้าใจจริงหรือเปล่า ไม่รู้เขาจะเชื่อได้ไหม เราก็หวังว่าเขาคงเข้าใจสักวันนึง ไม่เคยบอกลูกว่าเป็นทายาทหมื่นล้าน อยากให้ลูกเป็นธรรมชาติที่สุด พาเขาไปทานร้านข้างทางบ้าง ร้านบรรยากาศดีๆ บ้าง เจอสถานการณ์ไหนก็ขึ้นได้ลงได้










