“ข้าวโพด” ลั่นสู้คดี “นานา” ฉ้อโกง ทำใจได้เงินคืนริบหรี่ พร้อมแต่งตัวสวยขึ้นศาลครบแก๊ง

“ข้าวโพด” ลั่นสู้คดี “นานา” ฉ้อโกง ทำใจได้เงินคืนริบหรี่ พร้อมแต่งตัวสวยขึ้นศาลครบแก๊ง

0

“ข้าวโพด” ลั่นสู้คดี “นานา” ฉ้อโกง ทำใจได้เงินคืนริบหรี่ พร้อมแต่งตัวสวยขึ้นศาลครบแก๊ง

            เป็นหนึ่งในเจ้าหนี้ที่สูญเงินเยอะสุดๆ “ข้าวโพด สมิตินันทน์” กับอดีตเพื่อนรัก “นานา ไรบีนา” และมหากาพย์คดีฉ้อโกง  และในงาน “UNLOCK BEAUTY SAFE ZONE เปิดตัวแคมเปญ “Skin, by your design ล่าสุด “ข้าวโพด” ได้เปิดใจถึงความคืบหน้าของคดี หลังจากอัยการยื่นฟ้อง “นานา” และ “เวย์ ไทยเทเนียม” เผยว่า...

อ่านข่าวต่อ : “ข้าวโพด”เคลื่อนไหว! แชร์ข่าวหลัง “นานา – เวย์” ถูกอัยการสั่งฟ้อง

           “ติดตามข่าวตลอดเวลาติดตามอยู่ทุกวัน ส่วนผู้เสียหายจาก 17 เหลือแค่ 11 คน ดีเทลตรงนี้ข้าวโพดไม่ได้ถามคุณทนายเพราะดูแต่ของตัวเอง ข้าวโพดรู้สึกว่าจะมีในส่วนของผู้เสียหายกลายเป็นพยานแทน ก็มีพยานที่เป็นพยานส่วนบุคคลในเคสของพวกเรามีร่วมกว่า 30 ราย นอกจาก 11 คนที่เสียหายจริงๆ การที่เขาประกันตัวมันเป็นสิทธิ์เขา ถ้าข้าวโพดเป็นจำเลยแบบเขา ก็ต้องขอใช้สิทธิ์ให้เต็มที่อยู่แล้ว ก็เคารพศาลท่าน ศาลท่านปล่อยไปไม่ฝากขังให้เขาได้ไปทำมาหากิน เตรียมคดีจากข้างนอกก็แสดงว่าศาลท่านเห็นสมควรแล้ว

           ในจิตใจของตัวข้าวโพดเองก็สวดมนต์อธิษฐานถึงพระเจ้าทุกวันว่าจะได้เงินคืน แต่ถ้าจะได้แบบเต็มหน่วย ไม่ได้หวังถึงขนาดนั้น ข้าวโพดหวังจากความยุติธรรมเป็นสิ่งสำคัญมาก มันเป็นอุทาหรณ์ว่าส่วนมากคดีแบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับคนที่เราไว้ใจที่สุด กับครอบครัว เพื่อนสนิทหลายๆ ท่าน มันคือภัยที่ใกล้ตัวที่สุดที่มันสามารถเกิดขึ้นกับทุกคนได้ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราอาจจะได้เจอในสังคมนี้ มันอยู่ยากขึ้นเรื่อยๆ ศาลนัดอีกที 25 พ.ค. จะเป็นการดูพยานหลักฐานทั้งหมด ต้องดูว่าจะได้เบิกตัวพวกเราหรือเปล่า คุณทนายพวกเราก็เตรียมตัวเต็มที่อยู่แล้ว เรามีแชต 3 รีม ข้าวโพดกับจำเลยคุยกันเยอะ ข้าวโพดเอาส่งศาลให้กับทีมอัยการ ค่อนข้างจะมีดีเทลเยอะ มีคลิปเสียง เส้นทางการเงิน และอะไรอีกหลายอย่างข้าวโพดคิดว่าหลักฐานของเราพร้อมเหมือนกัน ทนายข้าวโพดก็เตรียมตัวให้ข้างโพดเต็มที่และเพื่อนๆ

          ข้าวโพดพร้อมที่จะสบตาและยิ้มให้อยู่แล้ว เราก็อธิษฐานให้เขาทุกคืนมันจะทำให้เรามีความสุขด้วย แต่ถ้าถามว่าคุยกันได้ไหมคุยค่ะ เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน นานาก็ยังโทร.มา คุยกันได้ ส่วนมากจะคุยกันเรื่องของคดี การเยียวยา ข้าวโพดบอกเขาไปว่ากำขี้ดีกว่ากำตด ก็ไม่รู้ว่าแบบนี้เราจะโอเค ก็บอกไปแล้วว่าอะไรที่ได้มาบ้าง เยียวยามาบ้างมันก็ย่อมดีกว่าอะไรที่ไม่ได้เลย ข้าวโพดคิดว่าเขาน่าจะพยายามคุยกับคนอื่นๆ ด้วย น่าจะทั้ง 11 ท่าน ซึ่งเขาน่าจะให้ไปไกล่เกลี่ยที่ศาลมากกว่า มันก็แฟร์และเป็นธรรม ส่วนท่านที่เป็นพยาน เป็นผู้เสียหายคนอื่นๆ ที่เขาไม่ได้ไปฟ้องร้อง แจ้งความก็น่าจะได้ถูกการเยียวยาก่อน

           ดูจากเส้นทางการเงินคร่าวๆ ตอนนี้ มันไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน บ้าน ต่างๆ นานา ข้าวโพดก็ไม่รู้ว่าเขาจะมีทรัพย์สมบัติตรงไหน เอาไปวางไว้ตรงไหน หรือโยกย้ายถ่ายเทอะไรไป เราก็ภาวนาให้พระเจ้าให้ได้มากที่สุด ไม่แน่ใจ ตอบไม่ได้เลย บ้านหลังที่คุณนานาขาย 69 ล้าน ข้าวโพดก็ไปทำการบ้านมา ข้าวโพดคิดว่ามันเป็นราคาที่เกินความเป็นจริง ข้าวโพดไม่แน่ใจว่าที่เขาโพสต์ราคานี้เขาอยากจะขายจริงๆ ไหม เขาคงอยากจะขายจริง แต่ทั้งหมู่บ้านตรงนั้นไม่มีบ้านหลังไหนราคา 69 ล้าน ส่วนมากจะ 40 กว่าล้าน ก็เลยงงตรงที่ว่าราคานั้นมันก็สูงเกินไป เราเตือนเขาแล้วมันอาจจะขายลำบาก เรื่องนี้ก็บอกเขาไปแล้วนะคะว่าราคามันสูงเกินไป เขาก็มีเหตุผลตอบกลับมาว่าทำไมเขาจะต้องคงราคานี้

           สำหรับเราค่อนข้างจะริบหรี่ ส่วนมากคดีแบบนี้ที่ข้าวโพดศึกษาจากคดีเก่าๆ จะได้เงินน้อยถึงน้อยมาก ก็ทำใจในส่วนนี้นิดนึง คุณนานาเขามีการโทร.มาบ้าง มีส่งข้อความมาบ้างเพื่อเจรจา แต่ยังเป็นการเจรจาแค่ข้าวโพดกับเขา ไม่ถึงขั้นในฝั่งทนายทั้งสองคน เป็นกิจจะลักษณะ เป็นการไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ อารมณ์ว่าเราแฮปปี้แบบไหน เราก็เป็นคนที่ไลฟ์ขายของอยู่ เรารู้ว่าการไลฟ์ขายของจะได้เงินประมาณไหน แล้วข้าวโพดเห็นนะว่าคุณนานาเขาก็ขยันไลฟ์ขายของอยู่ แล้วก็เป็นสิ่งที่เขาทำอยู่ ก็สนับสนุนให้เขาทำมาหากินสุจริต อันนั้นถูกแล้ว แต่ว่าอาชีพเขาคือไลฟ์ขายของ มันยังไม่ได้มีความรู้สึกว่ามันน่าจะเป็นหนึ่งในตอบโจทย์ของพวกเราไม่น่าจะใช่ช่องทางของพวกเรา 11 ท่านที่เสียหาย

            ทุกคนเครียดมาก แต่เชื่อไหมว่าข้าวโพดกับเพื่อนเพื่อนคุยกันตลอดเวลา อย่างน้อยเรามีเพื่อน อย่างน้อยเรามีเพื่อนที่รักกัน ไม่มีเพื่อนนี่น่าสงสารนะคะ แต่เรามีเพื่อนเรามีครอบครัวที่อบอุ่น เรามีสามีที่พึ่งพาได้ เรามีสามีที่ไม่ล้างผลาญ ชีวิตของพวกเรา เรามีสามีที่สนับ สนุน ชีวิตพวกเรามีแต่พากันเดินไปในทางที่ดีขึ้นข้าวโพดคิดว่าเราแค่นี้ก็ค่อนข้างที่จะโชคดีกว่าหลายหลายคน ไปหลายเปอร์เซ็นต์แล้ว ข้าวโพดคิดว่าการเยียวยาในทุกวันคือการให้กำลังใจและมีคนดีดี คนนิสัยดีอยู่รอบกาย หวังดีต่อกัน ตั้งแต่ 44 จนไปถึงวันตาย ก็หวังว่าเราจะมีแต่คนจริงใจและคนดีดีอยู่ในชีวิต ทุกคนอยากจะมีแต่คนดีดีในชีวิตที่เป็นเพื่อน

         ส่วนถามว่าเป็นห่วงเขาไหม คือพูดจริงๆ นะว่าข้าวโพดไม่ได้มีความสุขทุกวัน มันจะมีวันที่แย่แล้วมันจะมีวันที่ดี แล้วข้าวโพดนึกไม่ออกว่าการที่เราจะต้องมาเป็นโจทก์ แล้วการที่ต้องมาเป็นเขามันก็น่าจะยากกว่าเราหลายเท่า ก็เข้าใจนะคะว่ามันจะต้องดำเนินชีวิตอย่างลำบาก แต่ตอนที่เขาเห็นเขาไลฟ์ เขาก็ดูยิ้มแย้มแจ่มใส มีความสุขดี เขาก็อาจจะมีตัวช่วย มีพระธรรมในจิตใจ ก็หวังว่าเขาจะทำในสิ่งที่ดีที่ดีที่สุดเพื่อตัวเขาและลูกของเขา

           เสียใจ แต่ก็เผื่อใจว่าเป็นบทเรียนที่ราคาแพงที่สุดในชีวิต แต่ตราบใดที่ข้าวโพดยังมีลมหายใจ เราคิดว่าเรายังสาวยังสวยอยู่ เรายังมีมันสมองอยู่ เราก็ทำมาหากินต่อไป เราเคยหามาเราก็หาได้ ก็ถือว่าทำเงินตกน้ำแล้วก็เอาบทเรียนนี้ไปสอนเป็นอุทาหรณ์ให้ลูก ซึ่งข้าว โพดก็สอนอยู่ทุกวันอยู่แล้วในเรื่องนี้ แล้วก็สอนให้เป็นบทเรียนของสังคมว่า บางทีเราไม่ได้ว่าเขาอย่างเดียวนะ เราก็ดูตัวเองด้วย บางทีความโลภ มันก็ทำให้เราหน้ามืดตามัว ปกติข้าวโพดเป็นคนฉลาด แล้วก็ไตร่ตรองในการที่จะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ แต่การที่เรารักและไว้ ใจมันทำให้เราจากคนฉลาดก็กลายเป็นคนโง่ได้ มันก็เป็นอุทาหรณ์ในสังคม

            ส่วนจิตใจของเจนสุดา เขาโดนเยอะ เอาเป็นว่าเราคุยกัน มีวันที่เราเฮฮานัดกินข้าวพูดแต่เรื่องดีดี เราจะมีชื่อกลุ่มว่ากรุ๊ปไบร์ททอรี่ แต่มันก็จะมีวันที่ตื่นมาแล้วเศร้า ตื่นมาแล้วนึกถึงวันที่เราต้องมาขายของ ข้าวโพดกับวิกกี้ทำธุรกิจมา 12 ปี กว่าจะขายแต่ละอย่างแต่ละชิ้นได้มันเหนื่อยมาก แล้วเจนเขาสั่งใจทำงานกว่าจะขายเสื้อ พอมานึกถึงเรื่องนี้ก็จิตตกทุกที แล้วมันก็เศร้า เจนก็บำบัดด้วยการเข้านั่งสมาธิ ไปปลูกต้นไม้ ไปทำสปา ส่วนข้าวโพดก็จะนั่งอ่านพระคัมภีร์ไบเบิล เราก็จะอธิษฐานกับพระเจ้า ก็จะคุยกับเพื่อนเจนสุดา คือมันมีหนทางที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นทุกวัน

            พูดบอกเลยว่าเรายังโชคดีที่ยังมีสามีดี มีลูกที่น่ารัก มีเพื่อนที่ดี มีสิ่งดีๆ พร้อมชีวิตเราไปหมด แล้วถือว่าเราโชคดี ถึงแม้ว่าเราจะทุกข์ขนาดไหน แต่เราก็ไม่ได้ทุกข์จนเราจะต้องมาขอความเห็นใจ ทำให้ชีวิตต้องเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยนอยู่แล้วค่ะแต่ว่ามันจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้น มันทำให้เราเข้มแข็งขึ้นจริงๆ จากที่เรามองโลกอาจจะฉาบฉวยแบบเมื่อก่อน แต่ข้าวโพดรักคนแต่ละคนที่หลงเหลือในชีวิตรักเยอะขึ้น โดยเฉพาะคุณสามี เมื่อก่อนจะชอบจิกหัวฮี แต่เดี๋ยวนี้เรารักขึ้น เราเห็นคุณค่าของคนที่เรารักมากขึ้นเป็นทวีคูณ ข้าวโพดคิดว่าอาจจะเป็นข้อดีที่แฝงมากับความชั่วร้ายก็ได้ ขอบคุณทุกคนที่เป็นกำลังใจนะคะ เราก็ต้องใช้ชีวิตกันต่อไปนะคะ เราล้มได้ก็ลุกขึ้นได้ หาเงินใหม่

            ศาลนัดครั้งต่อไป อาจแต่งชุดทีมยกแก๊ง มันเลยเราจะตัดชุดทีมเลย จัดให้เจนสุดาทำชุดธีม ไม่รู้ว่าศาลท่านจะเรียกมาพร้อมกันหรือเปล่า ก็อยากจะให้เรียกมาพร้อมกัน มันก็จะคลายความเศร้า     เหมือนเอาต์ติ้งนิดหนึ่งเพราะเราอยู่ด้วยกันอยู่แล้วเราไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องกลัว ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย เราเป็นผู้บริสุทธิ์ ถ้าเราได้จับมือเพื่อนขึ้นศาล แล้วก็จะแต่งหน้าทำผมไปเลย ก็คอยดูแล้วกัน ว่าวันนั้นมันจะมาถึงหรือเปล่า ก็สู้ชีวิตไปเลย ไหนๆ ก็เป็นบทเรียนชีวิตแล้ว ก็สะใจไปเลยสวยๆ”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ข้าวโพด” ลั่นสู้คดี “นานา” ฉ้อโกง ทำใจได้เงินคืนริบหรี่ พร้อมแต่งตัวสวยขึ้นศาลครบแก๊ง

“ข้าวโพด”เคลื่อนไหว! แชร์ข่าวหลัง “นานา – เวย์” ถูกอัยการสั่งฟ้อง

ด่วน! อัยการยื่นฟ้อง “นานา-เวย์”  ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงและร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

“ทนายสายหยุด” งดตอบ “นานา” ใช้หนี้หรือยัง! อัปเดตคดีสอบปากคำไปแล้ว

รวมข่าวใหญ่บันเทิงที่สุดแห่งปี 2568

“นานา” ตอบปมลูกถูกบูลลี่หลังมีดราม่า พร้อมตอบกลับแบบนี้

ไปต่อไม่ไหว “เวย์-นานา” ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตแล้ว ลั่นถ้ามีโอกาสจะกลับมาให้ได้

Comments