ทนายดังแจงยิบ ป. กล่าวหาว่า ด. มีโลกสองใบในมุมกฎหมาย

ทนายดังแจงยิบ ป. กล่าวหาว่า ด. มีโลกสองใบในมุมกฎหมาย

0

ทนายดังแจงยิบ ป. กล่าวหาว่า ด. มีโลกสองใบในมุมกฎหมาย

       ทนายพัฒน์ หรือทนายเมียหลวง แจงยิบ ป. กล่าวหาว่า ด. มีโลกสองใบนั้น อาจเข้าลักษณะหมิ่นประมาท ด. โดยการโฆษณา ด. มีสิทธิดำเนินคดีได้

อ่านข่าวต่อ: แฟนๆ ส่งกำลังใจ “เด๋อ ดอกสะเดา” หลังอาการทรุดเข้า ICU

เปิ้ล ณภัทร

เปิ้ล

       จากกรณีที่ บุตรสาวของ เด๋อ ดอกสะเดา แถลงว่าพ่อไม่มีโลกสองใบ ตามที่ปรากฏเป็นข่าว ล่าสุด

โดย ทนายพัฒน์ โพสต์ถึงกรณี เด๋อ ดอกสะเดาว่า ประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่เป็นข่าวตามความเห็นทนายพัฒน์มีดังนี้

       (1.) คุณ ปล. ลูกสาวของ ด. เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งกฎหมายกำหนดให้บุตรจำต้องอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา ตาม มาตรา 1563 ของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น เมื่อ ด.ป่วย ลูกสาวจึงมีอำนาจเข้ามาดูแล ด.ได้ตามกฎหมาย และในการเข้ามาดูแล ด.นั้นย่อมมีอำนาจที่จะให้บุคคลอื่นมาเป็นผู้ดูแลแทนตนเองได้ การที่ลูกสาวให้คุณ ข. มาดูแล ด.ในขณะที่ ด. เจ็บป่วยนั้นจึงเป็นเรื่องของการใช้อำนาจของบุตรในการเข้าดูแลบิดาตามกฎหมาย

ส่วน ป. นั้น ไม่ใช่ภริยาที่จดทะเบียนสมรสกับ ด. จึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดูแล ด. ถ้า ป. จะดูแล ด. ก็จะต้องเกิดจากความเต็มใจเท่านั้น ไม่อาจจะบังคับให้ ป. มาดูแล ด. ได้ เพราะสามีภริยาที่ไม่จดทะเบียนสมรสกันไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดูแลกัน เพราะกฎหมาย มาตรา 1461 วรรคสอง ของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บัญญัติว่า คู่สมรสต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูกันตามความสามารถและฐานะของตนเองเมื่อ ป. กับ ด. ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ป. จึงไม่ต้องดูแล ด. ก็ได้

ทนายพัฒน์

เด๋อ ดอกสะเดา

       (2.) แม้จะปรากฏว่า ด. จดทะเบียนสมรสมาก่อนก็ตาม แต่ก็เป็นการจดทะเบียนสมรสและได้จดทะเบียนหย่าไปแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลาเกือบ 40 ปี ซึ่งถือว่าเป็นการจดทะเบียนหย่าก่อนที่จะมาคบหากับ ป. เพราะตามข่าว พบว่า ด. กับ ป. นั้นเริ่มคบหากันประมาณ 29 ปี ซึ่งก็จะอยู่ประมาณปี 2540 ซึ่งถือว่าจดทะเบียนหย่ามาก่อนที่จะมาคบหากับ ป. เป็นระยะเวลานาน และเมื่อจดทะเบียนหย่าแล้ว ก็ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับใครอีก

       (3.) การที่ ด. มาคบหากับ ป. ถือเป็นช่วงเวลาที่ ด. ไม่ได้มีภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายอยู่ก่อน ดังนั้น ทรัพย์สินต่างๆที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ ด. กับ ป. อยู่ด้วยกันนั้น จึงถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์รวมระหว่าง ด. กับ ป. วิธีการแบ่งกรรมสิทธิ์รวม ถ้าพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครมีส่วนเท่าไหร่ หรือทรัพย์สินปะปนกันจนแยกไม่ออก กรณีแบบนี้ศาลจะให้แบ่งกันคนละครึ่ง เพราะเมื่อพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครมีส่วนเท่าไหร่ จึงเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ตามมาตรา 1357 ของ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่บัญญัติว่า ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมมีส่วนเท่ากัน

(4.) การอยู่กินด้วยกันระหว่าง ด. กับ ป. เป็นการอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ดังนั้น ทรัพย์สินที่ได้มาร่วมกันถือเป็นกรรมสิทธิ์รวมต้องแบ่งกันคนละครึ่ง เทียบ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2534

เด๋อ ดอกสะเดา

        (5.) เรื่องโลกสองใบ เป็นการกล่าวหาว่า ด. มีพฤติกรรมที่ไม่ดีในทางชู้สาวหรือไม่ซื่อสัตย์กับคู่สมรสหรือคู่ชีวิตของตนเอง การใส่ความว่า ด. มีโลกสองใบ จึงอาจเป็นการใส่ความในเรื่องความประพฤติที่ไม่ดีในทางเพศหรือทางครอบครัว ถือเป็นการหมิ่นประมาท ด. ดังนั้น ด. จึงเป็นผู้เสียหายในความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ ส่วนลูกของ ด. ไม่ได้ถูกหมิ่นประมาท จึงไม่อาจจะดำเนินคดีได้ เว้นแต่จะเป็นผู้ที่มีอำนาจจัดการแทนได้ แต่กรณีนี้ ด. ถูกหมิ่นประมาท จึงเป็นความผิดต่อส่วนตัวของ ด. เอง แม้ ด. จะเจ็บป่วย แต่ลูกก็ไม่สามารถดำเนินคดีแทนได้ เพราะไม่ใช่ผู้มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายในคดีอาญา ตามมาตรา 5 ของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

(6.) คุณ ข. เป็นคนที่ถูกลูกสาวของ ด. ให้มาดูแล ด. การที่คุณ ข. ไปดูแล ด. ตอนเจ็บป่วย จึงไม่ใช่การเข้าไปมีความสัมพันธ์ในทางเพศ เพราะสภาพของ ด. และบริบท ไม่ใช่เรื่องในทางชู้สาว แต่เป็นเรื่องการดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วย

(7.) การที่ ป. ไม่ดูแล ด. ไม่มีความผิดตามกฎหมาย เพราะไม่มีหน้าที่ตามกฎหมาย ดังนั้น ถ้า ป. ไม่เต็มใจที่จะดูแล ด. ก็สามารถทำได้ และไม่กระทบต่อความเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์สิน

       ทนายพัฒน์

(8.) แม้ คุณปล. จะเป็นลูกสาวของ ด. แต่ก็ยังไม่มีสิทธิใดๆในทรัพย์สินของ ด. เว้นแต่ ด. จะเสียชีวิตไปแล้ว คุณปล. จึงจะได้รับมรดกในส่วนทรัพย์สินของ ด. ดังนั้น ในช่วงที่ ด. ยังมีชีวิตอยู่นั้นคุณปล. จึงไม่มีอำนาจเข้าไปจัดการทรัพย์สินใดๆของ ด. ได้ เว้นแต่ จะไปยื่นคำร้องขอให้ ด. เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และคุณปล. ขอเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ แบบนี้คุณปล. จึงจะมีอำนาจเข้าไปจัดการทรัพย์สินต่างๆของ ด. ได้

(9.) การรักษาพยาบาล ด. นั้น เมื่อคุณ ปล. เป็นลูกสาวและใช้อำนาจในฐานะบุตรดูแลบิดาของตนเอง จึงมีอำนาจย้ายคุณ ด. ไปรักษาพยาบาลที่ใดก็ได้ตามที่เห็นสมควร

(10.) คุณปล. มีอำนาจเต็มในการดูแล ด. บุคคลอื่นหรือแม้แต่ ป. ก็ไม่อาจจะโต้แย้งได้ เพราะคุณ ปล. ใช้อำนาจตามกฎหมาย ส่วน ป. ไม่มีฐานะในทางกฎหมายครอบครัว จึงไม่อาจจะโต้แย้งการกระทำของคุณปล. ได้ต้องถือว่าคุณปล. มีสิทธิดีกว่า ป.

(11.) การที่คุณ ปล. เข้าแทรกแซงนั้น ถือว่าทำถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เพราะคุณปล. อาศัยอำนาจ ตาม มาตรา 1563 ของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในฐานะบุตรดูแลบิดาอันเป็นการอุปการะบิดาตามความจำเป็น

(12.) คุณปล. มีสิทธิได้รับมรดกจาก ด. ในส่วนที่ ด. เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินในระหว่างที่อยู่กินกับ ป. แต่จะได้ต่อเมื่อ ด. เสียชีวิตแล้ว

(13.) การที่ ป. กล่าวหาว่า ด. มีโลกสองใบนั้น อาจเข้าลักษณะหมิ่นประมาท ด. โดยการโฆษณา ด. มีสิทธิดำเนินคดีได้ แต่คุณ ปล. จะดำเนินคดีในฐานะส่วนตัวไม่ได้ เพราะไม่ใช่การหมิ่นประมาทคุณปล. ถ้าคุณปล. จะดำเนินคดีแทน ด. ต้องทำในฐานะของผู้รับมอบอำนาจ

(14.) การที่ทนายความของคุณปล. บอกว่า ในอนาคตถ้า ด. อาการหายดีแล้ว อาจจะแนะนำให้ฟ้องร้องเพื่อแบ่งทรัพย์สินนั้น ก็สามารถทำได้ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม แต่การฟ้องนี้ต้องให้ ด. ฟ้องเท่านั้น ถ้าคุณปล. จะฟ้องก็ต้องทำในฐานะผู้รับมอบอำนาจ จะฟ้องในนามส่วนตัวไม่ได้เพราะยังไม่ใช่ทรัพย์สินของคุณปล.

ทั้งนี้ การวินิจฉัยที่ครบถ้วนขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่ครบถ้วนเช่นเดียวกัน และอยู่ที่ดุลยพินิจของศาลตามหลักของกฎหมาย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments