“แอนชิลี-แอนนา” ปัดเมิน “วีนา” อย่าตัดสินที่ภาพ แค่หน้าไม่ยิ้มเลยดูเหวี่ยง ไม่รู้ “ณวัฒน์” ฟาดสตอรี่ส้มใส่ใคร

“แอนชิลี-แอนนา” ปัดเมิน “วีนา” อย่าตัดสินที่ภาพ แค่หน้าไม่ยิ้มเลยดูเหวี่ยง ไม่รู้ “ณวัฒน์” ฟาดสตอรี่ส้มใส่ใคร

0

“แอนชิลี-แอนนา” ปัดเมิน “วีนา” อย่าตัดสินที่ภาพ แค่หน้าไม่ยิ้มเลยดูเหวี่ยง ไม่รู้ “ณวัฒน์” ฟาดสตอรี่ส้มใส่ใคร

            กลายเป็นดราม่า เมื่อ 3 สาว “แอนชิลี สก็อต-เคมมิส, แอนนา เสืองามเอี่ยม” และ “วีนา ปวีนา ซิงค์” ได้ไปร่วมงานอีเวนต์เดียวกัน แล้วมีแฟนนางงามจับสังเกต ว่าบรรยากาศดูมึนตึง มีการเมินเฉยและกันซีนกันเกิดขึ้น ต่อมา “ณวัฒน์ อิสรไกรศีล” จะออกมาโพสต์สตอรี่ไอจีสีส้ม พร้อมระบุข้อความว่า... “เรื่องความสวยไม่อยากวิจารณ์ แต่สันดานไม่ไหวนะครับ เมื่อวานคงเป็นงานสุดท้าย ที่จะอนุญาตให้เด็กในค่าย MGI ไปเจอคนประหลาดที่ไม่ใช่มืออาชีพแบบนี้” ซึ่งงานนี้หลายคนก็แอบเดา ว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่กำลังเป็นประเด็นอยู่หรือเปล่า ล่าสุดเจอ “แอนชิลี” , “แอนนา เสือ” และ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ได้เผยถึงเรื่องนี้

อ่านข่าวต่อ : "แอนโทเนีย-แอนนาเสือ-แอนชิลี" ดีใจได้ใส่ชุดไทย ตอบแล้วไม่ได้เมิน "วีนา" ทุกคนมีสิทธิ์คิดแบบไหนก็ได้ พวกเราเลยจุดของการแข่งขันกันมาแล้ว

          แอนชิลี : “ก็เพิ่งเห็นก่อนเข้างานนี่แหละค่ะ ถามว่าตกใจไหม ก็ปกติ เราก็ทำตามสโคปของงาน ว่าลูกค้าเขาอยากได้อะไร เราก็ทำตามนั้น แอนก็ไม่ค่อยทราบว่ามันมาจากตรงไหน แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา ที่เขามีความคิดเห็นของเขาเอง แอนก็รู้ว่ามันอาจจะมีบางโมเมนต์เรื่องท่าการโพสต์ก็ได้ แต่อย่าลืมว่าแอนมาสายนางแบบ แอนเป็นนางแบบ การโพสท่าการจัดร่างกายของแอน มันก็อยู่ในสายเลือดของแอนอยู่แล้ว บรรยากาศปกติ ปกติเลย ก็ทำตามหน้าที่ของเราหมดเลย ไม่ได้มีดราม่า ไม่ได้มีอะไร ก็ตามที่ทุกคนเห็นมากกว่าเลย ตอนเข้าห้องก็สวัสดีกันทุกคนหมดอยู่แล้ว ตามมารยาท คือเราเคยเจอกันแล้ว มันไม่ใช่ครั้งแรก"

          แอนนา เสือ : “รู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกันเพราะเขาบอกสโคปงานมา แต่จริงๆ หนูเพิ่งรู้ตอนเช้าของเมื่อวานตอนเห็นสคริปต์ แต่ก็ไม่ได้อะไร เพราะสุดท้ายก็เป็นงานปกติ ต่างคนแยกไปถ่ายรูปคนละมุม เก็บคอนเทนต์ แล้วสักพักหนึ่งก็คือลงไปทำตามสโคปงานทุกอย่างเลยค่ะ แทบจะไม่ค่อยได้คุย หนูยังไม่ค่อยได้คุยกับแอนชิเลย มีถ่ายรูปด้วยกันนิดเดียวเอง ต่างคนก็โฟกัสหน้าที่ตัวเอง”

           แอนชิลี : “เวลาหนูไม่ยิ้ม หนูหน้าเหวี่ยงอยู่แล้ว จังหวะของการที่คนแคปรูป อยากให้ทุกคนกลับไปดูเป็นวิดีโอมากกว่า ภาพมันสามารถสื่อสารอะไรที่หลากหลายได้ที่เราไปตีความกันเองได้ แต่ว่าสำหรับแอนเรื่องการวางเซ็นเตอร์ เหมาะสมแล้ว เพราะว่าวีนายังเป็นผู้ครองตำแหน่งอยู่ มันก็เมกเซ้นส์ที่เขาต้องอยู่ตรงกลางอยู่แล้ว ไม่นอยด์ คือทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความคิดเห็นของแต่ละคน วีนาก็มีแฟนคลับของเขา แอนก็มีแฟนคลับของแอน มันแค่นั้นสำหรับแอนเรารู้สึกว่าเราเจออะไรมาหนักกว่านี้เยอะ”

           แอนนา เสือ : “ยังไม่ได้อยากคิดไปถึงตรงนั้น เอาตรงๆ หนูอยากจะเป็นกลางมากที่สุด ด้วยความทั้งเราทั้งสามคนด้วย ที่จริงเมื่อวานโกลของเราสุดท้ายงานราบรื่น อันนั้นคือสำเร็จแล้ว สุดท้ายคุณณวัฒน์จะกล่าวถึงใคร เราอาจจะไม่ได้พาดพิง อาจจะไม่ได้คิดว่าเป็นเราหรือเปล่า เพราะเขาอาจจะไม่ได้หมายถึงเราจริงๆ ก็ได้”

          แอนชิลี: “แล้วอยากเสริมด้วย เวลาพวกเราเข้าไปทำงานอะไร เราทำตามสโคปงาน เราทำตามหน้าที่ของงาน คนอาจจะมาเปรียบเทียบ มาทำให้เราแข่งขันกัน คือมันผ่านจุดนั้นไปแล้วค่ะ เราไม่ได้มาประกวดนางงามแล้ว มันก็เลยแบบไม่ต้องแข่ง ไม่ต้องคิดมาก ทำตามที่เราถูกจ้างไปทำแล้วก็เอนจอยกับงานที่อยู่ข้างหน้าเรามากกว่า”

          แอนนา เสือ : “ยังไม่คิดถึงตรงนั้น ก็อาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เพราะอันนี้ก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราเปิดเผยความในใจแล้ว ว่าวันนั้นเราไม่ได้คิดอะไรจริงๆ เรื่องโพสต์ก็เพิ่งเห็นเมื่อกี้ เห็นก่อนเข้างานนี้เลย จริงๆ อย่างที่แอนชิลีพูดไปเลย ว่าเมื่อวานอาจจะไม่ได้มีโมเมนต์ที่เราคุยกันเยอะมาก อย่างหนูกับแอนก็ไม่ค่อยได้คุยกันเยอะมากเมื่อวานค่ะ จะมีแค่คอนเทนต์ที่ขอแอนถ่ายก่อนที่จะลงไป ด้วยเวลาที่มันกระชั้นชิด ก็อาจจะมีบางมุม หรือว่าบางสตอรี่ หรือบางวิดีโอ ที่อาจจะทำให้คนอื่นเข้าใจผิด นั่นเป็นความบริสุทธิ์ใจที่เราอยากที่จะบอกไป แต่ว่าสุดท้ายแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับคนดู หรือคนอ่าน หรือคนที่เห็นพวกเราทั้งสามคน ว่าจะคิดยังไง เราก็ไม่สามารถที่จะไปก้าวก่ายได้ แต่นี่คือความบริสุทธิ์ใจของเราจริงๆ ว่าเราไม่ได้คิดในเชิงลบ

           แอนโทเนีย : “ตอนที่แอนพูดในพอดแคสต์ใช่ไหม ตอนที่แอนบอกว่า ตอนที่เรามาประกวด แล้วเรามีมายด์เซ็ตว่าเราเอาแต่มงฯ ไม่เอาเพื่อน คือมายด์เซ็ตที่แพ้แล้ว คือแอนพูดถึงเรื่องสถานการณ์ตอนที่เราไปประกวด เราควรที่จะเปิดใจกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นรอบข้างเราว่าเราควรจะแบบ intake experience ที่เราได้มา เราได้เพื่อนมาด้วย ไม่ใช่แค่โฟกัสว่าเอามงฯ แล้วก็ชนะอย่างเดียว ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่น ไม่ได้อะไรเลย เพราะมันมีหลายคนที่พูดแบบนี้ หรือมีความคิดแบบนี้ ตอนที่ประกวดที่ไทย หรือว่าที่ประกวดต่างประเทศ ก็มีแบบนี้อยู่แล้ว ก็อยากให้ทุกคนตอนไปประกวดรุ่นใหม่รุ่นน้องค่ะ ให้ embrace สถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หาเพื่อนใหม่ๆ ที่จะไปด้วยกัน แล้วก็ uplift ด้วยกัน empower กัน ไม่ได้พูดถึงใครเลย”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments