“แว่น สิริรัตน์” น้อมรำลึกพระเมตตา “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เผยความทรงจำสุดซึ้งสมัยเรียน ยกเป็นต้นแบบความเรียบง่าย

“แว่น สิริรัตน์” น้อมรำลึกพระเมตตา “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เผยความทรงจำสุดซึ้งสมัยเรียน ยกเป็นต้นแบบความเรียบง่าย

0

“แว่น สิริรัตน์” น้อมรำลึกพระเมตตา “เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ” เผยความทรงจำสุดซึ้งสมัยเรียน ยกเป็นต้นแบบความเรียบง่าย

             อดีตนักบาสเกตบอลทีมชาติไทย “แว่น สิริรัตน์ ยนต์โยธินกุล” เปิดใจถึงความใจหายหลังทราบข่าวความสูญเสีย พร้อมบอกเล่าความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์ในชีวิต ทั้งการได้รับพระเมตตาเมื่อครั้งเป็นนักกีฬา และความประทับใจสุดซึ้งในความเรียบง่าย ไม่ถือพระองค์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี เมื่อครั้งทรงศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วยกัน

แว่น สิริรัตน์

แว่น สิริรัตน์

 

             แว่น สิริรัตน์ ได้บอกเล่าถึงความทรงจำเมื่อประมาณ 31 ปีที่แล้ว (ปี พ.ศ. 2538) หลังจากที่เธอคว้าแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยในตอนนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้ทรงเลี้ยงต้อนรับและประทานรางวัลแก่นักกีฬา ซึ่งทำให้เธอได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ร่วมกับ “พระองค์ภา” อย่างใกล้ชิด

แว่น สิริรัตน์

           ในขณะนั้นมีอายุเพียง 18 ปี เป็นวัยรุ่นที่ยังไม่สันทัดเรื่องราชาศัพท์ แต่พระองค์ภาทรงมีพระเมตตาและตรัสอย่างเป็นกันเองว่าไม่เป็นไร พูดปกติได้เลย และยังคงเก็บภาพถ่ายคู่ครั้งนั้นรวมถึงกล่องเพลงที่เป็นรางวัลประทานไว้ในความทรงจำตลอดชีวิต

 

            อีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญคือเมื่อครั้งเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ โดยแว่นเป็นรุ่นพี่รหัส 38 (คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา) ส่วนพระองค์ภาทรงเป็นรุ่นน้องรหัส 39 (คณะนิติศาสตร์) แว่นเล่าว่า มักจะทรงพบพระองค์ภาเดินไปเรียนและศึกษาค้นคว้าอยู่ที่ห้องสมุดร่วมกับเพื่อนๆ เหมือนนักศึกษาทั่วไป ทรงวางพระองค์สมถะ เรียบง่าย และส่งยิ้มให้เสมอจนเกือบเคยเดินชนกันในห้องสมุดก็มี และทรงเรียนเก่งมากจนสามารถจบการศึกษาได้ภายใน 3 ปีครึ่ง

 

            นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความประทับใจในพระกรณียกิจของพระองค์ภา โดยเฉพาะโครงการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและเด็กในเรือนจำ ให้ได้รับโอกาสทางอาชีพและมีอนาคตหลังพ้นโทษ ซึ่งเธอระบุว่าพระองค์ทรงเป็นที่รักของพสกนิกรไทยและผู้คนทั่วโลก

 

           สิ่งที่แว่นน้อมนำมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตคือ ความเท่าเทียมและการให้โอกาส โดยมองว่าไม่ว่าใครจะอยู่ตำแหน่งไหน รวยหรือจน ทุกคนควรมีความเสมอภาค ไม่ดูถูกกัน และควรให้โอกาสต่อคนที่เคยทำผิดพลาด เหมือนดังที่พระองค์ทรงทำให้เห็นเป็นแบบอย่าง ยอมรับว่ารู้สึกใจหายและเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการเสด็จสู่สวรรคาลัย แต่ในฐานะอดีตนักกีฬาที่เคยได้รับกำลังใจและคำโอวาทจากสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด ก็จะมุ่งมั่นดำเนินชีวิตต่อไปตามแนวทางที่ดี และตั้งใจที่จะเดินทางไปร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเพื่อส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Comments