“แม่พิ้งกี้” เปิดใจนาทีคืนอิสรภาพ หลังศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง คดี Forex-3D
จากกรณีที่ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง “พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช” พร้อมด้วย นางสรินยา ไชยเดช (คุณแม่) และ นายกิตติเชษฐ์ ไชยเดช (พี่ชาย) ในคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D โดยชี้ขาดว่าครอบครัวของนางเอกสาวเป็นเพียงผู้ร่วมลงทุน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงประชาชน
.jpeg)
.jpeg)
ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา นางสรินยา ไชยเดช หรือ “แม่อ้อย” ได้เดินทางออกจากเรือนจำ และเปิดใจกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกด้วยสีหน้าผ่อนคลาย โดยได้ยกมือไหว้ขอบคุณศาลและสื่อมวลชน พร้อมเปิดเผยความรู้สึกซาบซึ้งในความเมตตาของศาลที่มอบความยุติธรรมให้กับครอบครัว รวมถึงผู้ได้รับอิสรภาพคนอื่นๆ ในวันนี้
แม่อ้อยเผยถึงนาทีแรกหลังพ้นประตูเรือนจำว่า “ดีใจมาก ตอนฟังคำพิพากษาก็ตกใจนิดหน่อย แต่สุดท้ายเราก็ได้เจอหน้าลูกชาย ได้เจอลูกสาว (พิ้งกี้) ซึ่งช่วงกลางวันน้องพิ้งกี้ก็ได้เดินทางมาเยี่ยมและกอดกันแล้ว” ส่วนคำถามที่ว่าพิ้งกี้ได้เดินทางมารับด้วยตนเองหรือไม่ แม่อ้อยระบุว่าน่าจะติดภารกิจเรื่องงาน
.jpeg)
.jpeg)
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงอาหารมื้อแรกที่บ้านเตรียมไว้รอ แม่อ้อยเปิดเผยอย่างอารมณ์ดีว่าไม่ได้รู้สึกหิวอะไรเป็นพิเศษ เพราะอยู่ข้างในก็มีอาหารรับประทานอิ่มท้องเหมือนคนข้างนอก แต่สิ่งที่ตั้งใจจะทำเป็นอย่างแรกเมื่อกลับถึงบ้านคือ “ขอบคุณอัลเลาะห์ที่ส่งความเมตตา ทำให้แม่ได้ออกมา”
.jpeg)
สำหรับประเด็นความกังวลหาก DSI หรืออัยการมีการยื่นอุทธรณ์ต่อในอนาคต แม่อ้อยเปิดใจด้วยทัศนคติที่พร้อมรับมือว่า “อันนั้นเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นข้างหน้า แต่เราได้สู้เต็มความสามารถของเราแล้ว แค่นี้เราก็เหนื่อยแล้ว แต่มนุษย์เกิดมาก็ต้องต่อสู้ ชีวิตคือการเดินทาง เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นข้างหน้า ถ้าเกิดขึ้นเราก็ต้องสู้ไป แต่ก็ยังหวังในความยุติธรรมของศาล”
.jpeg)
นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงระยะเวลา 4 ปีในเรือนจำที่หลายคนมองว่าต้องเสียเวลาไปฟรีๆ รวมถึงกระแสสังคมที่เคยตั้งข้อสงสัย แม่อ้อยทิ้งท้ายอย่างปล่อยวางว่า “อะไรที่มันเกิดขึ้นไปแล้วก็ให้มันเกิดไป ไม่จำเป็นต้องไปคิดอะไรมาก วันนี้ได้รับอิสรภาพก็ถือว่าโชคดีแล้ว ส่วนคนที่เคยเข้าใจเราอีกมุมหนึ่ง Medium ห้ามความคิดใครไม่ได้หรอก แล้วแต่เขาเถอะค่ะ” ก่อนจะเดินทางกลับพร้อมครอบครัวเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง










