“อิงฟ้า วราหะ” รับแก้จมูกใหม่! พึ่ง AI จำลองหน้าก่อนขึ้นเขียง ยันเน้นปลอดภัย
สวยขึ้นเป็นอย่างมาก นางงามและนักแสดงชื่อดัง “อิงฟ้า วราหะ” เปิดใจหลังตัดสินใจเข้าผ่าตัดแก้ทรงจมูกใหม่
อ่านข่าวต่อ : “อิงฟ้า” เผยสาเหตุแก้จมูกใหม่ รู้สึกใจหายข่าว “บุ๋ม ปนัดดา” ต่อไปจะเปลี่ยนการช่วยเหลือด้วยการไปลงพื้นที่เอง


“ที่หนูตัดสินใจแก้จมูกรอบนี้ ต้องบอกว่ามาจากเสียงของแฟนๆ ด้วย ทั้งแฟนนางงาม ทั้งบางส่วนที่เป็นเหมือนแบบติดตามเรามานานตั้งแต่เราประกวด แล้วแบบทุกอย่างดีหมดเลย เหลือจมูกเมื่อไหร่จะไอ้นี่สักที อะไรอย่างนี้ ซึ่งเราก็มีโอกาสที่เหมือนแบบ มันมีปัญหาสุขภาพด้วยจากอันเดิมที่มันค่อนข้างจะหลายปีแล้ว แล้วก็มีการเขาเรียกว่ารั้งช่วงปลายจมูก แล้วก็ปล่อยไปนานกว่านี้ไม่ได้แล้ว ก็เลยจะต้องขออนุญาตทางกองหยุดไป 12 วัน แล้วก็กลับมาอย่างที่ทุกคนเห็น ก็ได้อันนี้ทำที่ไทยนี่แหละ แต่ว่าจากที่ไหน เรื่องวาร์ปเนี่ย เดี๋ยวรออีกสักไม่นาน เดี๋ยวคงจะได้ออกมา ราคาไม่แรง ไม่แรงจริงๆ ถ้าถามว่าพอใจไหม ลุ้นอยู่เหมือนกัน ตัวเรา เราก็พอใจ เรื่องแรกคือมันปลอดภัยก่อน มันเซฟ แล้วก็ไอ้เรื่องทรงจะสวยไม่สวย จะเข้าหน้าไม่เข้าหน้า ก็ต้องมารอดูจากหลายๆ คนช่วยมอง แต่ว่าพอได้มาเจอแฟนคลับ ได้มาเจอหลายๆ คน เขาบอกว่าจมูกรับหน้า รับตา รับคาง เราก็โอเคสบายใจ แต่ที่หลายคนชมว่าสวยมาก ก็ขอบคุณมาก จริงๆ มันเพิ่งจะ 16 วัน หนูคิดว่าต้องใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนกว่าจะเข้าที่จริงๆ


ส่วนเรื่องกลัวไหมถ้ามันพลาดขึ้นมา คือต้องเช็กเรื่องของความปลอดภัย แล้วก็ดูเรื่องของดีเทล แล้วก็จริงๆ กว่าที่ฟ้าจะตัดสินใจรอบนี้ ก็ทำการบ้านเยอะ แล้วก็มีคนช่วยดูด้วย อะไรดูต่างๆ หนูบอกว่าเรื่องแรกเลยขอปลอดภัยก่อน แล้วก็เรื่องที่ 2 คือขอหน้าไม่เปลี่ยน แต่ว่าดูดีขึ้นเฉยๆ กลัวจะเปลี่ยนคาแรคเตอร์ไปด้วย จริงๆ เราก็ชอบทุกอย่างที่เป็นตัวเราแล้วแหละ ถ้ามันไม่ติดเรื่องของความเซฟ เรื่องของความไม่ปลอดภัย แต่ก็ไม่อยากมีคนแบบ โห หน้าเปลี่ยนอีกแล้ว หน้าเปลี่ยนทรงอีกแล้ว คือจริงๆ มันมีเหตุผลในการที่เราจะต้องทำ ไม่ได้เช็กเรื่องการมูเลย ขอให้มันแบบปลอดภัย แล้วก็ดูเรื่องหน้าไม่เปลี่ยน ถ้าถามว่ามีรีเควสบอกหมอ หรือยื่นเรฟไหม หมอเขาเอาหน้าเราไปเจน AI ถึงบอกว่า AI มีประโยชน์นะ ไม่ใช่ว่าไม่มี เพราะว่าเราไม่ได้ยื่นเรฟอะไรของใครเลย แต่ว่าเขาเอาหน้าเราไปเจน AI ว่าถ้าเราทำแบบนี้ มันจะออกมาแบบนี้ ว่าทรงไหนเหมาะกับเรา แต่แค่นี้พอแล้ว อาจจะด้วยความที่เรามีทริกในการที่เราเวลาจะผ่าตัดทำไง ก็คือขออนุญาตตัวเอง ขออนุญาตเจ็บตัว ขออนุญาตจะต้องผ่าตัด ก็คือความเชื่อ อย่างที่บอกคือไม่ได้ดูเรื่องจะต้องไปมู ไปไหว้ อะไร แต่เราแค่นึกขออนุญาตตัวเอง อย่างก่อนที่จะเข้าการผ่าตัดก็จะแบบ ขออนุญาตทนเจ็บหน่อยนะ แล้วก็สู้ไปด้วยกันนะ ถ้าเป็นไปได้ก็คือหายไวๆ พอเรามีงาน มีอะไรก็อย่างนี้เลย อยู่ท่านี้เลย วันนี้วันที่ 16 จริงๆ หนูออกมาทำงานตั้งแต่ 12 วันแล้ว แต่ก็โชคดีที่ไม่ช้ำ แล้วก็อาจจะด้วยความที่เป็นเราด้วย คุณหมอเขาก็คงจะมีความประณีตอ่ะ เพราะว่าอยู่ในห้องผ่าตัดค่อนข้างนาน”...











